วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

สถานที่ท่องเที่ยว

แนะนำบ้านนาเสียว

         บ้านนาเสียว  ชื่อนี้เมื่อใครได้ยินตอนแรก จะอมยิ้มขึ้นมาทันที เพราะอะไรคงต้องคิดเอาเอง 55 แต่จริงๆ แล้ว เป็นชื่อหมู่บ้านหนึ่ง ในตำบลนาเสียว อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของกระผมเอง ทำไมถึงผู้เขียนจึงอยากเขียนบทความนี้ เพราะด้วยความรักและความผูกพัน มาตั้งแต่กำเนิด จึงอยากแนะนำ บ้านนาเสียว และแหล่งสถานที่ท่องเที่ยว ใกล้ๆ บ้านนาเสียว ใจจริงของกระผม ถ้าหากมีทุนทรัพย์มากพอ จะดำเนินการพัฒนาพื้นที่บางส่วนของตนเอง ทำเป็นโฮมสเตย์ เพื่อเป็นที่พักและแหล่งท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่ง (จุดเล็กๆ เพื่อให้ผู้คนที่สนใจได้เข้ามาศึกษา เรียนรู้ ธรรมชาติและวัฒนธรรมของบ้านนาเสียว
          การเดินทางขอแนะนำทางรถยนต์ ซึ่งกระผมถนัดที่สุด ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธินผ่านรังสิต วังน้อย จนถึงสามแยก จังหวัดสระบุรี เลี้ยวขวาไปยังเส้นทางหลวงหมายเลข (ถนนมิตรภาพแล้วแยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ที่อำเภอสีคิ้ว อำเภอด่านขุนทด เข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ รวมระยะทางประมาณ 345 กม. และใช้ทางเลี่ยงเมืองจังหวัดชัยภูมิ  ทางหลวงหมายเลข 201  อีกประมาณ 15  กมเดินทางไปยังบ้านนาเสียว ตำบลนาเสียว อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ  โดยมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในระยะทางไม่เกิน 50 กิโลเมตร รอบ ๆ พื้นที่บ้านนาเสียว ได้แก่

1. มอหินขาว อุทยานแห่งชาติภูแลนคา
มอหินขาว หรือ สโตนเฮนจ์เมืองไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความงดงามทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นกลุ่มหินขนาดใหญ่ 3 กลุ่มที่มีความเก่าแก่หลายล้านปี โดยมีหินทรายก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งเป็นสีขาวและโดดเด่นในพื้นที่ และเป็นที่มาของมอหินขาว ในบริเวณนั้นยังมีเสาหินขนาดใหญ่จำนวน 5 เสา ตั้งเรียงรายเป็นแถว มีความสูงประมาณ 12 เมตร
อีกทั้งยังมีแท่นหินรูปร่างคล้ายเรือ เจดีย์ หอแอนเมืองปิซา และคล้ายกระดองเต่า ซึ่งจัดเป็นกลุ่มหินกลุ่มที่ 1 ส่วนหินกลุ่มที่ 2 อยู่ห่างออกไป แท่นหินจะมีรูปร่างแปลกแตกต่างกันไป หินกลุ่มที่ 3 อยู่ห่างออกไปอีก 1,500 เมตร มีรูปร่างเป็นเสาหินขนาดเล็กลาดเอียงขึ้นไปจรดหน้าผา
นอกจากประติมากรรมทางธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาของเสาหินรูปแบบต่างๆ แล้ว บริเวณมอหินขาวยังมีดอกไม้ป่าบานสะพรั่งอยู่ทั่วไป นับเป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมยิ่งนัก
ที่ตั้ง : ตำบลท่าหินงาม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ

2. น้ำตกตาดโตน
ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาดโตน การเดินทางสะดวกสบายเพราะมีทางลาดยางยาวตลอดไปจนถึงบริเวณน้ำตก มีน้ำไหลตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูฝนจะสวยงามมากเป็นพิเศษ ตัวน้ำตกมีความสูง 6 เมตร กว้าง 50 เมตร ด้านบนเป็นธารน้ำไหลผ่านสองฝั่งหิน มีต้นไม้ใหญ่อยู่สองฝั่ง ให้บรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การนั่งพักผ่อนชมธรรมชาติและลงเล่นน้ำ
บริเวณน้ำตกตาดโตนมีศาลเจ้าพ่อตาดโตน หรือศาลปู่ด้วง ตามประวัติเล่าว่า เจ้าพ่อเป็นคนเชื้อสายเขมรอพยพเข้ามาในไทย  เป็นคนที่ยึดมั่นสมถะ บำเพ็ญตนเป็นชีปะขาว และปฏิบัติธรรมกรรมฐานอย่างเคร่งครัด เป็นที่นับถือเลื่อมใสของผู้คนเป็นอันมาก เมื่อท่านถึงแก่กรรมจึงมีการสร้างศาลขึ้นเพื่อเป็นที่เคารพสักการะ
ที่ตั้ง : อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ

3. ใบเสมาบ้านกุดโง้ง
ใบเสมาบ้านกุดโง้งเก็บรักษาอยู่ภายในบริเวณโรงเรียนวัดกุดโง้ง ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมืองชัยภูมิ เป็นใบเสมาหินทรายศิลปะทรวารวดี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวๆ พุทธศตวรรษที่ 12-13 ปัจจุบันมีอายุร่วมพันปี
ใบเสมาเหล่านี้ถูกพบเป็นจำนวนมากในบริเวณรอบๆ หมู่บ้าน ส่วนมากถูกฝังอยู่ใต้ดิน ชาวบ้านจึงนำมารวบรวมเอาไว้ในอาคารอย่างเป็นระเบียบ ส่วนมากมีลักษณะเป็นแผ่นใหญ่ ด้านหน้าจำหลักลาย บางแผ่นมีจารึกอยู่ด้านหลังด้วย ลวดลายที่ปรากฏบนใบเสมาเป็นเรื่องราวทางพุทธศาสนาเล่าเรื่องราวชาดกตอนต่างๆ ไม่ก็เป็นภาพรูปเคารพ เช่น ภาพพระโพธิสัตว์ประทับยืนบนดอกบัว ภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งบนบัลลังก์ใต้ต้นโพธิ์
นับเป็นกลุ่มใบเสมาที่สวยงามกลุ่มหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ในเสมาบางแผ่นยังปรากฏจารึกอักษรปัลวะของอินเดียทางตอนใต้อีกด้วย
ที่ตั้ง : ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ

4. ปรางค์กู่
โบราณสถานสำคัญที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ สันนิษฐานว่าเป็นอโรคยาศาล หรือโรงพยาบาลในสมัยก่อน เพราะมีลักษณะตรงตามแผนผังปราสาทขอมที่พบหลักฐานว่าเป็นอโรคยาศาล สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในพุทธศตวรรษที่ 18 โดยพระไภษชัยคุรุไวฑูรย์ประภามีลักษณะเป็นปรางค์ที่มีฐานสี่เหลี่ยม สร้างขึ้นด้วยศิลาแลงทั้งหลัง มีประตูเข้าทางทิศตะวันออก และมีกำแพงสี่เหลี่ยมล้อมรอบ
ภายในปรางค์องค์ประธานมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่เคลื่อนย้ายมากจากที่อื่นประดิษฐานอยู่ภายใน พร้อมด้วยเศียรเทวดาอิทธิพล ซึ่งเป็นศิลปะขอม ทับหลังที่กรอบประตูสลักเป็นรูปไตรรัตนมหายาน มีความหมายถึง พระพุทธเจ้า ผู้ทรงความรู้การแพทย์ ทำให้ประชาชนมีความสุขและปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
ที่ตั้ง : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ

5. ภูพระ
ตั้งอยู่ที่วัดศิลาอาสน์ ภายในบริเวณวัดมีเพิงผาหินซึ่งมีภาพจำหลักกลุ่มพระพุทธรูป อันเป็นที่มาของชื่อภูพระ อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านมาช้านาน ปัจจุบันมีการสร้างหลังคาครอบไว้
ภูพระประกอบด้วยพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร หน้าตักกว้าง 5 ฟุต สูง 7 ฟุต พระหัตถ์ขวาวางอยู่ที่พระเพลา พระหัตถ์ซ้ายพาดอยู่ที่พระชงฆ์ (พระหัตถ์อยู่ในท่าตรงข้ามกับปางมารวิชัย) เรียกกันว่า พระเจ้าตื้อ มีพระพุทธรูปหินทรายขนาดเล็กสูง 7 นิ้วลักษณะเดียวกันอีก 1 องค์ตั้งอยู่ด้านหน้า ใกล้กันมีพระพุทธรูปอีก 7 องค์จำหลักรอบเสาหินทราย ประทับนั่งเรียงแถว ปางสมาธิ 5 องค์ ปางเดียวกับพระเจ้าตื้อ 2 องค์
พระพุทธรูปเหล่านี้มีพุทธลักษณะเป็นแบบพระพุทธรูปอู่ทอง มีอายุอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18 – 19 ร่วมสมัยอยุธยาตอนต้น ทุกปีจะมีงานนมัสการพระพุทธรูปที่ภูพระปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3 วัน ในช่วงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 และวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 5 ทั้งยังมีประเพณีการรำผีฟ้าเพื่อบวงสรวงในงานเทศกาลช่วงเดือนเมษายนของทุกปีด้วย
ที่ตั้ง : ตำบลนาเสียว อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ

6. พระบาทภูแฝด
เป็นเนินเขาเตี้ยๆ มีรอยพระพุทธบาทในก้อนหินคล้ายๆ พระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรี ห่างจากศาลากลางจังหวัดชัยภูมิไปทางทิศเหนือประมาณ 18 กม. (เส้นทางเดียวกับภูพระ) แยกขวาเข้าไปประมาณ กม. มีต้นไทร สนฉัตร ต้นจำปา และพันธุ์ไม้นานาชนิด ทางเข้าวัดทั้งสองข้างมีต้นไม้ร่มรื่น หากจะชมรอยพระพุทธบาท สามารถติดต่อกับทางแม่ชีที่วัด เพื่อเข้าชมได้
ที่ตั้ง : ตำบลนาเสียว อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ

7. น้ำตกถ้ำเหี้ย
ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติตาดโตน เป็นน้ำตกที่มีความสูงไม่มากนัก สูงประมาณ 1.5 เมตร มีลักษณะเป็นลำล้ำที่ไหลลงมาตามลานหินที่มีความเอียงประมาณ 25-35 องศา ความยาวประมาณ 120 เมตร ในบริเวณน้ำตกมีก้อนหินขนาดใหญ่มีลักษณะคล้ายตัวเหี้ยกำลังลงมาจากเขาจะกระโดดลงน้ำ และในอดีตจะมีตัวเหี้ยอยู่บริเวณนี้มาก จึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตก
ที่ตั้ง : ตำบลนาเสียว อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ

เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับแหล่งท่องเที่ยวรอบๆ บ้านนาเสียวของกระผม หวังว่าท่านผู้อ่าน คงอยากมาเยี่ยมบ้านนาเสียวบ้างสักครั้ง ซึ่งอาจจะใช้วิธีการปั่นจักรยานเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ที่ผมแนะนำก็สะดวกสบาย เส้นทางไม่ค่อยลำบากสักเท่าไร ฤดูกาลที่ควรมาสัมผัส น่าจะเป็นช่วงฤดูปลายฝน ต้นหนาว เพราะจะได้เห็นท้องนาของชาวบ้านเขียวขจี นอกจากนี้ จังหวัดชัยภูมิยังมีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเช่น ทุ่งดอกกระเจียว ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และอุทยานแห่งชาติไทรทอง หวังว่าจะเป็นข้อมูลในการท่องเที่ยวในจังหวัดชัยภูมิ น่ะครับ

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

วัดศิลาอาสน์ ภูพระ ต.นาเสียว จ.ชัยภูมิ



ระวัติพระเจ้าองค์ตื้อ


      เขาภูพระ ตำบลนาเสียว อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เนื่องด้วยกรมศิลปากรได้ประกาศทะเบียนโบราณวัตถุสถาน ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2478 เป็นต้นมา ภายหลังได้กำหนดขอบเขตที่ดินเป็นเขตโบราณสถานตามที่เห็นสมควรว้ด้วย เพื่อป้องกันมิให้ทำลายโบราณสถาน ที่ขึ้นทะเบียนในจังหวัดต่าง ๆ คือ ที่ตั้ง เลขที่ 2 ภูพระ ตำบลนาเสียว อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 53 ตอนที่ 24 วันที่ 2 สิงหาคม 2479 พระพุทธรูปปางมารวิชัย จำหลักที่ผนังหินบนเนินเขาองค์หนึ่ง หน้าตักกว้าง 4 ศอก เรียกกันว่า "พระเจ้าองค์ตื้อ"ภูพระเป็นชื่อภูเขาเตี้ย ๆ ลูกหนึ่งอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 12 ก.ม. ที่ผนังภูพระจำหลักเป็นพระพุทธรูปใหญ่องค์หนึ่ง นั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ขวาวางอยู่ที่พระเพลา พระหัตถ์ซ้างวางพาดอยู่ที่พระชงฆ์ หน้าตักกว้าง 5 ฟุต สูง 7 ฟุต เรียกว่า "พระเจ้าองค์ตื้อ" และรอบ ๆ พระพุทธรูปองค์นี้มีรอยแกะหินเป็นรูปพระสาวกอีกหลายองค์ สันนิษฐานว่าอาจจะสร้างในสมัยรุ่นราวคราวเดียวกับปรางค์กู่ก็เป็นได้ พระพุทธรูปเหล่านี้มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปแบบอู่ทอง มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18 ถึง 19 (ราว พ.ศ. 1701 - พ.ศ. 1900)



พระเจ้าองค์ตื้อ


     ทางราชการจังหวัดชัยภูมิสอบถามคนรุ่นเก่าซึ่งรับรู้เรื่องราวสืบต่อ ๆ กันมานับเป็นร้อย ๆ ปีว่า มีผู้พบพระเจ้าองค์ตื้ออยู่ในป่าที่เขาแห่งหนึ่งจึงมีผู้ตั้งชื่อเขานี้ว่า "เขาภูพระ" ทุก ๆ ปีจะมีผู้ไปไหว้พระเจ้าองค์ตื้อในกลางเดือนห้าเป็นจำนวนมาก มีทั้งคนต่างจังหวัดด้วย เนื่องจากผู้เลื่อมใสว่าหมอรักษาเป็นหมอลำให้การรักษาคนป่วยขอให้หาย โดยบนบานต่อพระเจ้าองค์ตื้อก็ได้สมปรารถนาซึ่งมีข้าราชการผู้ใหญ่ในปัจจุบันก็เป็นลูกที่ขอจากองค์ท่าน
     ในปี พ.ศ. 2483 พระวิบูลนิโรธกิจ อดีตเจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ (พระครูจรูญนิโรธเจ้าคณะจังหวัดขณะนั้น) ได้ขอตั้งเป็นสำนักสงฆ์ชื่อ ศิลาอาสน์ และแผ้วถางบริเวณให้เตียน ในปีถัดไปได้สร้างเป็นกุฏิ มีพระภิกษุอยู่ประจำมาตลอดจนทุกวันนี้
      การจัดงานประจำปีมีผู้ไปช่วยทั้งฝ่ายบรรพชิตและฝ่ายคฤหัสถ์เป็นประจำมาจนถึงพระครูวิบูลเขมวัตร เป็นเจ้าอาวาสประมาณ พ.ศ. 2498 - 2505 ได้มีการตั้งกรรมการจัดงานประจำปีมีรายได้สุทธินำมาทำกำแพงฉาบหินกับซีเมนต์ไม่มีโครงเหล็กทั้ง 4 ด้าน ๆ ละ 13 เมตร ล้อมองค์พระอยู่ตรงกลางซึ่งมีระดับหินต่ำกว่ากำแพงที่ทำ (ได้รื้อกำแพงเพื่อทำการก่อสร้างใหม่) พ.ศ. 2505 เริ่มตั้งแต่เข้าปุริมพรรษา มีพระวชิรญาณ (วิเชียร สาคะริชานนท์) ซึ่งอุปสมบทที่วัดชัยประสิทธิ์ หลังจากพระราชทานเพลิงศพ หลวงจงวิชาเชิด โยมบิดามาจำพรรษาตามที่พูดไว้จัดผ้าป่าเดือนพฤศจิกายน 2505 มีญาติโยมมาทอดผ้าป่าได้เงิน 10,000 บาทเศษ ได้ล้อมรั้ววัดซึ่งเดิมไม่มีอาณาเขต ชาวบ้านทำไร่รุกเข้าไปจนถึงเชิงเขา ได้ขยายอาณาเขตออกไปถึง 196 ไร่ ได้ล้อมเสร็จ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2506 ก่อนลาสิกขาบท



พระพุทธรูปแกะสลักหินอยู่ใกล้พระเจ้าองค์ตื้อ


     เมื่อปี พ.ศ. 2515 พระราชชัยมุนี (พระวีรชัยมุนี) ได้ปรึกษากับคณะกรรมการที่ท่านตั้งเพื่อพิจารณาสร้างศาลาจตุรมุขฯ เพราะมีเงินอยู่แล้ว 100,000 บาทเศษ จึงทำเรื่องขอแบบแปลนไปยังกรมศิลปากร กรมศิลปากรได้เขียนแบบแปลนส่งมาให้คณะกรรมการมีมติให้ทำการสร้างศาลา (วิหาร) ดังกล่าว
     วันที่ 7 เมษายน 2516 นายสำราญ บุษปวนิช อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้เป็นผู้วางศิลาฤกษ์และขอรับงานบูรณะก่อสร้างศาลาจตุรมุขพระเจ้าองค์ตื้อเป็นทางราชการคณะกรรมการได้ทำการก่อสร้างมาแต่บัดนั้น
     วันที่ 11 ธันวาคม 2516 นายอนันต์ อนันตกูล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการก่อสร้างศาลาจตุรมุข (วิหาร) พระเจ้าองค์ตื้อ 29 ท่าน ให้ดำเนินการหาเงิน และควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามเจตนาของชาวชัยภูมิ ท่านได้เร่งรัดเส้นทางไปยังเขาภูพระซึ่งมีพระเจ้าองค์ตื้อเป็นปูชนียวัตถุ คือ ทางเข้าบ้านนาเสียวไปภูพระเลยไปบ้านนาไก่เซา และท่านได้หาเงินมาให้ก่อสร้าง 50,000 บาทเศษ
     เมื่อนายเจริญศุข ศิลาพันธ์ มอบหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิก็ดำเนินการเรื่องนี้ต่อจากท่านอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้หาเงินมาสมทบสร้างศาลาจตุรมุขฯ มากกว่า 30,000 บาท ได้แต่งตั้งจาก ข้าราชการ พ่อค้า คหบดี และผู้ที่คนทั่วไปให้ความนับถือเป็นกรรมการหาเงินก่อสร้างศาลา (วิหาร) จตุรมุขพระเจ้าองค์ตื้อ 88 คน เพื่อเร่งรัดการก่อสร้างสำเร็จ วันที่ 12 พ.ศ. 2520




หลวงปู่ จิรชัย ฉันทธัมโม เจ้าอาวาส (ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้ว)

คณะผู้จัดทำแผ่นพับเผยแพร่
นายสุวรรณ รัฐกุล
นางจรรยา วัชรพิบูลย์
นายประจักษ์ เหล่าวรรธนะกูล
นายอุทัย ดำวิสัย
นายอดิศร จำลองเพ็ชร